fbpx
สูตรคั้นน้ำส้ม

แจก 5 สูตรคั้นนํ้าส้ม อร่อยไม่ซํ้า ทานได้ทุกวันไม่มีเบื่อ

สูตรน้ำส้ม

สวัสดีค่ะ! วันนี้เราจะมาแชร์กันเกี่ยวกับสูตรน้ำส้มที่อร่อยและไม่ซ้ำกันที่คุณสามารถทานได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกเบื่อ ในบทความนี้เรามีทั้งหมด 5 วิธีสุดพิเศษสำหรับการคั้นที่คุณไม่ควรพลาด

บทความน่าสนใจ : วิธีทําน้ําส้มคั้น : คั้นยังไงให้อร่อย ไม่ขม และใช้ส้มอะไรดี

วิธีที่ 1: สูตรคั้นน้ำส้มปกติ

นํ้าส้มคั้น

เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดสำหรับการทำน้ำส้มคั้นในบ้านของคุณ สูตรนี้ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนที่ใช้ในการผสมวัตถุดิบ โดยลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ

วัตถุดิบ:

  • น้ำส้ม 2 ถ้วยน้ำ
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วยชา
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยชา
  • น้ำแข็ง

วิธีทำ:

  1. นำน้ำส้มเข้าร่องให้เต็มถ้วยน้ำ คั้นน้ำส้มเล็กน้อยออกมา แล้วนำไปเทใส่หม้อใหญ่
  2. เติมน้ำตาลทรายและน้ำเปล่าลงไป คนให้เข้ากัน
  3. นำหม้อไปตั้งไฟกลาง คอยคนตลอดจนน้ำเดือดเป็นเวลาประมาณ 5-10 นาที
  4. เอาออกจากเตา ทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง ประมาณนี้คือเวลาที่ใช้ในการคั้นบนเตากลาง หากใช้เตาอื่นๆอาจจะใช้เวลาน้อยหรือมากกว่านี้
  5. ใส่น้ำแข็งลงในแก้ว รอจนกว่าน้ำส้มคั้นจะเย็น จากนั้นเทใส่แก้ว

เคล็ดลับ: เพิ่มชิ้นสักประมาณ 1-2 ชิ้นของส้มผ่าตัดอย่างบางๆเข้าไปในน้ำประกอบ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

วิธีที่ 2: สูตรผสมผสาน

นํ้าส้มคั้นผสม

สูตรนี้เพิ่มความหวานและรสชาติให้กับน้ำส้ม สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยวัตถุดิบที่ไม่ต้องใช้เวลานานในการหา

วัตถุดิบที่จำเป็น:

  • น้ำส้ม 1 แก้ว
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1 คัพ
  • น้ำแข็ง 1 ถ้วย
  • ใบมะกรูด 2 ใบ
  • เกลือ ¼ ช้อนชา

วิธีทำ:

  1. นำน้ำส้มผสมกับน้ำตาลทราย และใบมะกรูด ต้มให้น้ำเดือด แล้วตักออกมา
  2. นำน้ำที่ละลายกับน้ำเปล่าและเกลือ เทใส่ถ้วยพักไว้ให้เย็น
  3. นำน้ำแข็งเตรียมไว้ในแก้ว
  4. เทน้ำส้มที่กลั่นไว้ใส่ลงในแก้วที่มีน้ำแข็งแล้ว คนน้ำทิ้งเล็กน้อย เพื่อให้น้ำส้มชิมได้ดีขึ้น

สูตรนี้เป็นสูตรที่ดีสำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติที่หวานของน้ำส้ม และสามารถปรับปรุงรสชาติได้ตามต้องการของคุณ

วิธีที่ 3: สูตรส้มเขียวหวาน

ส้มเขียวหวาน

สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติที่หวานของส้มเขียวหวาน สูตรน้ำชงส้มเขียวหวานเป็นตัวเลือกที่ดี โดยใช้วิธีการคั้นน้ำส้มเขียวหวานเหมือนกับวิธีการคั้นน้ำส้มแบบปกติ

ส่วนผสมของสูตรนี้มีดังนี้

ส่วนผสมปริมาณ
น้ำส้มเขียวหวาน1 ถ้วย
น้ำเปล่า2 ถ้วย
น้ำตาลทราย1/4 ถ้วย
น้ำแข็ง

วิธีทำสูตรนี้คือ ให้นำน้ำส้มเขียวหวาน น้ำเปล่า และน้ำตาลทราย ใส่ลงในกะทะ ผสมให้เข้ากัน แล้วต้มให้เดือด จากนั้นปิดไฟรอให้หายร้อนเมื่อน้ำลงอุ่นลงให้เทน้ำชงลงในแก้วตามต้องการ ใส่น้ำแข็งลงไป และเสริฟ

เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและไม่หวานเกินไป คุณสามารถปรับปรุงสูตรนี้ได้ตามต้องการ โดยปรับปริมาณน้ำตาลทรายลงหรือเพิ่มปริมาณน้ำส้มเขียวหวานให้เหมาะสมกับความชอบของคุณ

วิธีที่ 4: สูตรน้ำส้มและมะละกอ

สูตรน้ำส้มและมะละกอ

สูตรน้ำชงส้มและมะละกอเข้ากันได้อย่างลงตัวโดยมีรสชาติสดชื่นและเป็นผลไม้สดประเภทอื่นที่เพิ่มความสดชื่นให้กับน้ำชง

วัตถุดิบปริมาณ
น้ำส้ม1/2 ถ้วย
มะละกอสด1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย1/2 ถ้วย
น้ำเปล่า4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. หั่นมะละกอเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำมาต้มในน้ำเปล่าจนสุก
  2. นำน้ำมะละกอที่ต้มสุกแล้วไปคั้นเอาเฉพาะน้ำมะละกอมาเตรียมไว้
  3. นำน้ำส้ม น้ำตาลทราย และน้ำมะละกอที่คั้นไว้แต่งรสตามชอบ คนให้เข้ากัน
  4. เติมน้ำเปล่าให้เต็มถ้วย แล้วใช้น้ำแข็งใส่เพิ่มเติมตามต้องการ

สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติผสมผลไม้สดในน้ำชงของตัวเอง คุณสามารถปรับปรุงสูตรเพิ่มเติมได้ตามความชอบของตนเอง

วิธีที่ 5: สูตรน้ำส้มผสมผลไม้สด

สูตรน้ำส้มผสมผลไม้สด

สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติผสมผลไม้สดในน้ำชงของตัวเอง สูตรนี้เป็นสูตรที่น่าลองทำเพื่อเพิ่มความสดชื่นและรสชาติให้กับน้ำชงส้มของคุณ

วัตถุดิบ:

  • น้ำส้ม 1 ลูก
  • น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  • ผลไม้สดตามชอบ เช่น แตงโม ส้ม มะละกอ ฯลฯ ลูกละ 1 หรือ 2 ลูก
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • น้ำแข็ง สำหรับเก็บเย็น

วิธีทำ:

  1. หั่นผลไม้เป็นชิ้นๆแล้วนำไปวางไว้ในถ้วย
  2. คั้นน้ำส้มใส่ลงในกระติก
  3. ใส่น้ำใส่กระติก ตามด้วยน้ำตาลทรายและผสมให้เข้ากัน
  4. เทน้ำลงไปในถ้วยที่มีผลไม้
  5. ใส่น้ำแข็งลงไป

สามารถปรับปรุงรสชาติได้ตามต้องการโดยการเพิ่มหรือลดน้ำตาลทราย หรือจะใช้น้ำเปล่าแทนน้ำแข็งก็ได้

เคล็ดลับ: สามารถเติมผลไม้หรือผักตามชอบเพื่อเพิ่มความอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพได้

FAQs

เมื่อทำสูตรตามคำแนะนำในบทความแล้ว คุณอาจมีคำถามเกี่ยวกับวิธีการทำ ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตรคั้นมาให้ได้อ่านกัน

น้ำส้มเป็นแหล่งของวิตามินซีและเป็นอาหารที่มีประโยชน์สำหรับร่างกาย การน้ำส้มจะช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินซีและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม และเหล็ก ช่วยปรับสมดุลและส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

เก็บได้ประมาณ 2-3 วันในตู้เย็นหรือแช่แข็งได้เป็นเวลานานขึ้น แต่ควรอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาฟาเรนไฮต์ และควรเคลือบลูกฟูกด้วยฝาหรือฟิล์มพลาสติกก่อนเก็บ

คุณสามารถเพิ่มน้ำตาลหรือน้ำผลไม้ตามสไตล์และรสชาติที่ชื่นชอบได้ แต่อย่าลืมว่าการเพิ่มน้ำตาลอาจทำให้ค่าแคลอรี่และน้ำตาลมีสูงขึ้น ดังนั้นควรคำนึงถึงปริมาณการบริโภคให้เหมาะสม

ข้อมูลอ้างอิง : https://www.alphafoodie.com/how-to-make-orange-juice/

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *